วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ผู้นำทางความคิดต่างๆ ควรประณามแกนนำเสื้อแดงนานแล้ว

ตามที่เคยเขียนถึงเรื่อง การเมือง: บทบาท หน้าที่องค์กรหลักของประเทศ และ "ตัวอย่างของความไร้ความรับผิดชอบของสื่อกระแสหลัก" ว่าสมาคมต่างๆ ผู้นำทางความคิดต่างๆ สถาบันต่างๆ ที่รักสงบและ ยึดหลักคุณธรรมความดีงามของบ้านเมืองที่ทุกคนต้องเคารพ ควรต้องออกมาประณามตั้งนานแล้ว ต่อการกระทำ วิธีการสร้างความเดือดร้อนต่อคนทั่วไป ไม่เคารพกฎหมายของสังคมอย่างสิ้นเชิง สถาปนากฎหมู่ของตัวเอง ของแกนนำเสื้อแดง ตลอดเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า นับวันจะเพิ่มมากยิ่งขึ้้น แทนที่จะให้ท้าย ส่งเสริม เหมือนสอนลูกให้เป็นโจร ต้องประณาม



มาคราวนี้เข้าไปตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬา อย่างอุกอาจของแกนนำเสื้อแดง จนสถาบันต่างๆเช่นสมาคมสิทธิมนุษยชน(ข่าว) สมาคมสื่อ (ข่าว) ภาคีวิชาชีพแพทย์ชนบท เครือข่าย(ข่าว)  สื่อกระแสหลักจะมีส่วนสำคัญมากๆ ในการเผยแพร่การประณามแกนนำเสื้อแดง อย่างต่อเนื่อง ปลุกกระแสสังคมให้ช่วยกัน รวมตัวกัน ประณามให้มากที่สุด  เพื่อฝื้นสำนึกที่มีอยู่น้อยนิด และกำกับพฤติกรรมให้อยู่ในร่องในรอยที่ถูกที่ควร และในที่สุดก็จะยอมจำนนต่อกระแสประชาชนทั่วไปเอง จนแกนนำเสื้อแดงยอมยุติการประท้วงไปเอง เชื่อเถอะ อย่าให้ท้ายคนผิด ใจแข็งๆ เหมือนลูกป่วย ไม่อยากกินยาร้องงอแง แต่ก็ต้องให้ลูกกินยาให้ได้ แล้วสังคมจะแข็งแรงได้ด้วยพลังมวลชนที่รักสงบ และยึดถือหลักคุณธรรมความดีงาม ครับ

ทั้งแนวสันติวิธี และ เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ตัวเอง และ แนวร่วมไปปิดกั้นกลุ่มอื่นๆ ที่ต้องการแสดงออกบ้าง เช่นล่าสุด วันนี้หมอตุลย์ ติดอยู่ที่สนามบินขอนแก่น เพราะ แกนนำเสื้อแดงขอนแก่นปิดล้อมทางเข้าออกสนามบิน ไม่ให้หมอตุลย์ออกจากสนามบิน คนอื่นทำไม่ได้ นอกจากพวกกูเท่านั้น

สังคมที่เจริญและรักสงบ เค้าประณามพฤติกรรมแยี่ยงนี้ จนกว่าจะเลิกชุมนุม ครับ อยู่ไม่ได้หรอก เชื่อเถอะ

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

ไอ้หมอพลาสติก เหวง ตอแหล นักข่าว

ไอ้หมอพลาสติก เหวง ตอแหล ให้สัมภาษณ์นักข่าว ซีเอ็นเอ็น(CNN) ว่า รัฐบาล นายก อภิสิทธิ์ สั่งทหารฆ่าประชาชน นักข่าว บอกว่าไม่จริง....


วีดีโอเต็ม ด้านล่างเป็นของรอยเตอร์จากกล้องช่างภาพ ญี่ปุ่นที่เสียชีวิต



จะได้เห็นภาพเหล่านี้อีกไหม??


ประเทศที่ไม่สงบอย่าง อัฟกานิสถาน อิรัก ที่มีเด็กตายเพราะอดอาหาร เข้าไม่ถึงยารักษาโรคถึง 500,000 คน เพราะการแซงชั่น และสั่งห้าม ของสหรัฐอเมริกา ช่วงที่สหรัฐ กล่าวหา ซัดดัม ฮูสเซน สะสมอาวุธร้ายแรง อาวุธทำลายล้างสูง (Mass Destruction Weapons--MDW) หรือสะสมอาวุธนิวเคลียร์ จึงเข้าทำสงคราม โค่นล้ม ซัดดัม ฮูสเซน แต่สุดท้ายไม่เป็นความจริงใดๆเลย โดน จอร์จ บุช(George W. Bush) ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาใส่ร้ายเต็มๆ รวมทั้ง โทนี่ แบลร์(Tony Blair) นายกรัฐมนตรี อังกฤษ ขณะนั้นด้วย

ผมเคยคิดว่า ประเทศเหล่านี้ ที่มีการรบราฆ่าฟันกันไม่เว้นแต่ละวัน ประชาชนทั่วไป อดอยาก เสี่ยงภัย เขาอยู่กันอย่างไร เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ? ชีวิตจะมีความสุขได้หรือ?? คุณภาพชีวิตถูกริดรอนเสียขนาดนั้น  นึกโชคดีที่ประเทศไทยไม่เป็นเหมือนอย่างเขา มาบัดนี้ ......

ประเทศไทยอันอุดมสมบูรณ์ ผู้คนทั่้วโลกต่างกล่าวขาน เลื่องลือมาช้านานถึง อุปนิสัยใจคอคนไทยที่เอื้อเผื้อเผื่อแผ่ ยิ้มง่าย จิตใจดี มีเอกลักษณ์ มีความอดทน รักสงบ มีศิลปประนีตงดงาม วัฒนธรรมโดดเด่น ฯลฯ แต่ มัน... มัน...มันกำลังเลือนหายไป เจือจางไปพร้อมๆกับความโหดร้าย ทารุณ อำมหิตของคนไทยบางคน คิดว่าเพียงไม่กี่คน ผุด เผยให้เห็น ชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นแก่ตัว มักมาก ยิ่งขึ้น หลงในวัตถุ เงินตรา ละโมบโลภมาก ที่เรียกว่า  สตังค์ สรนัง คัจฉามิ ติดหล่ม เสียแล้ว นานแล้วด้วย หลายสิบปีมาแล้ว ไม่มีใครสามารถฉุดเราให้ขึ้นไปจากหล่มนี้ได้หรอก นอกจาก เราคนไทยด้วยกันเอง

หากใครไม่รักประเทศไทย ก็ขออย่าได้ทำร้ายเลยนะ 

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

นายก อภิสิทธิ์บอก ให้ประชาชนมีความอดทนอดกลั้น แล้วยังไง?????

คนเรามีความอดทน อดกลั้นจำกัด แล้วแต่บุคคล เมื่อรัฐบาลบอกให้ประชาชนอดทน อดกลั้น แต่รัฐบาลต้อง บริหารจัดการสถานการณ์ให้ได้ เป็นที่หวังได้ของประชาชน หรืออย่างน้อยก้ต้องไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพิ่มมากขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ มิฉะนั้นจะมีผู้บริหารประเทศไว้ทำไม



แต่ในความเป็นจริง ที่ประชาชนประสบพบอยู่ ความเดือดร้อนจากแกนนำเสื้อแดง ที่ยังคงยุยง ยุแหย่ ให้แนวร่วมทั่วประเทศสร้างความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปิดการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยที่รัฐบาลไม่สามารถจัดการอะไรได้ หรือ ไม่กล้าจัดการอะไร เท่ากับว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศกำลัีงเดือดร้อน กำลังสียสละให้กับคนกลุ่มหนึ่ง ปล่อยให้ความเสื่อม ภาพลักษณ์ของประเทศ เสียหายอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะนำทรัพยากร พลังต่างๆ ที่บ่อนทำลายประเทศ่อยู่นี้ไปสร้างสรรค์ ตั้งแต่สมัย พธม. ที่แกนนำเสื้อเหลืองกระทำมาก็เช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าห่วงอย่างยิ่งก็คือ ความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับนี้ ไม่รู้ว่าจะหมดลงวันใด เมื่อนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ?? สิ่งที่ไม่อยากให้เกิด ก็จะเกิด สิ่งที่กังวลกันของสังคมในเรื่องการปะทะกันเองของประชาชนทั่วประเทศ ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ หากรัฐบาลยังคงไม่สามารถจัดการบริหารสถานการณ์ได้ อย่างน้อยก็ต้องให้ไม่เพิ่มขึ้น

เมื่อนั้นรัฐบาลก็ยากยิ่งที่จะปฎิเสธความรับผิดชอบไปได้หรอก ส่วนแกนนำเสื้อแดง แม้นจะมีความผิดติดตัว สุดท้ายเพราะ "การเมือง" ก็จะพ้นผิด หรือไม่ก็ได้รับโทษทัณฑ์ไม่สาสมกับกับความผิด ดูอย่าง แกนนำ พธม. เป็นตัวอย่าง นี่เป็นความอยุติธรรมอย่างยิ่ง ในสังตมไทย ที่เห็นเต็มตาอยู่

ในสังคมประชาธิปไตยนี้ แม้นมีเพียงแค่คนเดียว ที่ไม่เห็นด้วย กับแนวทางของผู้ใช้อำนาจ หรือรัฐบาล แล้วเลือกที่จะแสดงออก ต่อต้าน ประท้วง หรืออะไรอื่นได้เสมออันนี้ถือเป็นเรื่องปรกติ ในโลกประชาธิปไตย แต่ถ้าหากคนคนนั้น มีเงิน มีพวกพ้อง มากพอ (ตามความคิดของคนคนนั้น) แม้นความไม่เห็นด้วยอาจเป็นเรื่องตั้งแต่เล็กๆ หรืออาจไม่ชอบธรรมด้วยซ้ำ ยังสามารถสร้างปัญหา สร้างความวิบัติให้ประเทศ และประชาชนได้ อย่างที่เป็นอยู่  ดังนั้น พึงสังวรณ์ให้มากสำหรับผู้บริหารประเทศ หรือผู้มีอำนาจทั้งหลาย ต้องมีคุณธรรม มีความเที่ยงธรรมเสมอ หากจะสร้างชาติ และประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ระบบการคัดกรองนักการเมือง เงินที่เกี่ยวข้องการเมือง (money politics) และปฎิรูปสื่อ  จึงเป็นคำตอบที่ดี เหมาะสมยิ่ง ที่จะได้นำมาใช้

ถามท่านนายก อภิสิทธิ์ หน่อยว่า มาตรการที่จะช่วยเหลือ เยียวยา โดยเฉพาะ นักธุรกิจรายใหญ่บริเวณราชประสงค์นั้น นำภาษีประชาชน ไปเยียวยาใช่่หรือไม่?? ผมไม่เห็นด้วยนะ ต้องถือว่า การลงทุนของเอกชนต้องยอมรับความเสี่ยงเอง หากท่านนายก ต้องชดเชย  ต่อไปก็จะเป็นปทัสถาน ในครั้งต่อๆไปด้วย และก็ไม่ทราบว่า นายกจะใช้เกณฑ์อะไรไปชดเชย มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม  ผมไม่เห็นด้วยที่จะนำภาษีของผมไปให้กับนักธุรกิจ แน่นอน อย่าทำ นี่เป็นตัวอย่างของคนมีอำนาจ นำภาษีประชาชนไปใช้อย่างไม่สมควรอย่างยิ่ง คนเดือดร้อนที่อื่นๆล่ะ สุขภาพจิตคนไทยล่ะ นายกจะเยียวยาด้วยไหม??

วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

ไม่ต้องบรรยายใดๆ

สื่อใหม่ (New Media) เป็นสื่อที่เกิดบนอินเตอร์เน็ต ช่วง 20 ปีนี้เอง มีความหลากหลายรูปแบบ สะดวก จุดเด่นมากๆ คือสื่อสารสองทาง และสอดรับไปกับวิถีชีวิตผู้คนในโลกมากยิ่งขึ้นทุกขณะ 
ภาพด้านล่างเป็นบางแง่มุมที่ทั้งผู้ผลิต ผู้สื่อสารและผู้เสพสื่อสามารถเป็นคนคนเดียวกันได้(Prosumer = Professional+consumer) และแบ่งปันในชุมชน 

ต้องการให้ดูการเสียดสี คุณทักษิณ เชิงสร้างสรรค์ และขบขัน




















วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553

ทำไมจึงมีการยิงระเบิด M 79 ห้าลูกที่สีลม ??

ขอวิเคราะห์เหตุการณ์คืนนั้น และไม่น่าจะผิดเพี้ยนในสาระสำคัญ จึงขอประณาม ทั้งฝ่ายการเมืองรัฐบาล  ศอฉ. ที่สร้างสถานการณ์ก่อกวนโดยม๊อบจัดตั้ง ทำให้ผู้บริสุทธิ์หลงเชื่อ แกนนำเสื้อแดง และ"นักฆ่า" ที่ยิงระเบิดใส่ถึง 5 ครั้ง 5 ลูก จนผู้บริสิทธิ์เสียชีวิต 1ราย และบาดเจ็บอีก 80 ราย

จากทวิตเตอร์(Twitter)ของคุณ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสามมิติ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวนี้



ที่รายงาน ณ. ที่เกิดเหตุผ่านทวีตเตอร์ (Twitter) มีการจัดตั้งม๊อบที่สีลมจำนวนหนึ่ง คอยก่อกวนม๊อบแดง การจัดตั้งนี้ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ น่าจะรู้เรื่องด้วย เพราะสังเกตุจากการออกแถลงข่าวเสียใจ หลังทราบว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการยิงระเบิดของอีกฝ่าย โดยมีอาการคล้ายสำนึกผิด เสียงสั่นเครือ  ที่ตัดสินใจตั้งม๊อบก่อกวน โดยไม่ได้คิดเฉลียวใจว่า อีกฝ่ายจะอำมหิตมากกว่าที่คิดมากมายนัก

ตัวละครมี5 กลุ่มดังนี้
1. ฝ่ายการเมืองในรััฐบาล เช่น ผอ. ศอฉ. สุเทพ เทือกสุบรรณ และทหารบางส่วน ใน ศอฉ. ที่รู้เรื่องนี้ และประเด็นสำคัญ "ทหารแตงโม" หรือ "ทหารลิ้นสองแฉก" ใน ศอฉ นี่แหละที่คาบข่าว การจัดตั้งม๊อบสีลม ไปบอกแกนนำเสื้อแดง แผนการ"ดัดหลัง" จึงถูกคิดขึ้นมาตอบโต้

2.  แกนนำเสื้อแดง น่าจะรู้กันทุกๆคน เพราะ ต้องเป็นมติของแกนนำจึงจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะต้องรับผิดชอบร่วมกันจะได้ไม่โทษกันไปมาหากผิดพลาด และสั่งการให้ "นักฆ่า"เตรียมแผนการ และตอบโต้ม๊อบสีลมที่ถูกจัดตั้งขึ้นของฝ่ายการเมืองรัฐบาล เรียกว่า "ตั้งใจสั่งสอน" ศอฉ. เลยเชียวล่ะ ว่า "กูรู้เรื่องนะ ว่ามึงจะทำอะไร" และ สั่งสอนอย่างรุนแรงมาก ดังที่เห็น

3. ม๊อบสีลมที่ถูกจัดตั้งโดยฝ่ายการเมืองในรัฐบาล และ ศอฉ น่าจะมีราว 20-30 คน คอยก่อกวน ขว้างปาสิ่งของ ด่าทอ ยั่วยุใส่ม๊อบแดง ให้เสียอาการ

4. ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของแกนนำเสื้อแดง น่าจะมีหลายร้อยคน ผู้เดินผ่านไปมา และ ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และคนกลุ่มเหล่านี้เองที่รับเคราะห์เต็มๆ ไร้เดียงสา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของการเมืองเน่าๆ คนเน่าๆ กำลังทำให้บ้านเมืองเน่าแล้ว เน่าอีก มองเห็นชีวิตคนอื่นไร้ค่า นักการเมืองเกือบทั้งสภาแม้มือไม่เปื้อนเลือด เท้าก็เหยียบเลือด

5. นักฆ่ามืออาชีพเลือดเย็น ไร้หัวใจ ไร้สำนึกผิด ชอบ ชั่ว ดี ยามถูกมอบหมายภาระกิจให้ทำแล้ว ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ทำให้บรรลุภาระกิจเท่านั้น และใช้อาวุธสงคราม ก็ต้องเป็นตำรวจ หรือคนที่แวดล้อมไปด้วย ทหาร จะอดีต หรือปัจจุบันที่ยังรับราชการอยู่ เท่านั้น และแน่นอน ต้องอยู่กับฝ่ายแกนนำเสื้อแดง แน่

จากการรายงานข่าว ทั้งข่าวสด และ ทวีต ของฐปณีย์(เน้นว่าเป็นข้อเท็จจริง!) ตรงกัน ที่รอง ผกก. สน.  พระโขนง และตำรวจจำนวนหนึ่งไล่จับ ทุบตีม๊อบสีลมจัดตั้ง และ ถึงแนวตั้งของทหาร ซึ่งยืนมองเฉยๆ รอง ผกก. สน.  พระโขนง จึงแหวกแนวทหารไปด้านหลัง พบนายทหารสัญญาบัตร ใช้ปืนจี้หัวให้หยุดไล่ม๊อบ(ไม่มีในวิดีโอ) เป็นเครื่องบ่งบอกได้อย่างดี ว่าทหาร กับตำรวจในคืนนั้นไม่ได้ประสานงานกัน ทหารรู้เรื่องว่าม๊อบนี้เป็นใคร แต่ ตำรวจปราบจราจลไม่ทราบเรื่อง ตามวีดีโอนี้...

 

ถึงเวลานานมากแล้ว ที่จะต้องตีกรอบ วาดวงกลมให้นักการเมืองอยู่ และต้องกำหนดมาตรฐานให้กับนักการเมือง ว่าควรเป็นเช่นใด ? พระมหากษัตริย์ มีทศพิธราชธรรม แล้วนักการเมืองเล่า ??? โจรก่อการร้าย ? นักข่มชืน? พ่อค้ายาเสพติด? นักพนัน? นักค้าของเถื่อนผิดกฎหมาย ? นักธุรกิจโรคจิิต? แล้วก็เอาเงินสกปรก เหล่านี้ ไปเล่นการเมือง ทั้งหมดนี้นรกยังไม่รับเลยมั้ง-กลัวเดือดร้อน แต่หาได้ในรัฐสภาไทย ??

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

"จับตา" นายเมธี อมรวุฒิกุล

ข่าวล่า นายเมธี อมรวุฒิกุล ถูกจับกุม พร้อมอาวุธปีนสงครามของทหารที่หายไปเมื่อเหตุการณ์ วันที่ 10 เมษา คนคนนี้มีแผนการ ตระเตรียมการ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อกวน ป่วนเมือง อยู่เวลานี้  คนแบบนี้ พฤติกรรมแยี่ยงนี้ อยู่ร่วมกับคนอื่นๆในสัีงคมที่รักสงบไม่ได้เด็ดขาด

ข่าวล่าสุด  นายเมธี ยอมเปิดปาก รับสารภาพ เปิดคลังเก็บอาวุธ ร่วมยิงทหาร ตำรวจ เหตุการณ์ 10 เมษา อย่างไรก็คงเชื่อมโยงกับบิ๊กทหารเลวๆ แน่

นายเมธีอยูด้านหลัง เสธ แดง ภาพไอ้โม่งดำ ด้านบนในเหตุการณ์ 10 เมษา สงสัยเป็นนายเมธี ?? 

นายณัฐวุฒิ แกนนำเสื้อแดงคนหนึ่ง เคยให้สัมภาษณ์สื่อ เมื่อเร็วๆนี้ ภายหลังทราบตามข่าวล่าสุด (ข่าวณัฐวุฒิลอยแพ เมธี) ว่า นายเมธี มิใช่แกนนำสั่งการ เป็นแค่แนวร่วมอิสระ นึกจะมาก็มาพูดๆๆบนเวที แล้วก็ไป คล้ายจะบอกว่า ไม่อาจรับรู้ สั่งให้นายเมธี ทำหรือไม่ทำอะไรได้  หรือร่วมารับผิดชอบในพฤติกรรม หรือ การกระทำของนายเมธีได้ แค่สามัญสำนึกของคนที่มีสติปรกติทั่วไปก็บอกได้ว่า ถ้าตนที่ขึ้นพูดบนเวทีบ่อยๆ เป็นประจำ ปลุกระดม ยุแหย่ให้คนเกลียดกันได้ ไม่ว่าสีเสื้อไหน ต้องไม่ธรรมดา ต้องมีสัมพันธ์กับกลุ่มแกนนำ อย่างลึกซี้งแน่ๆ  และแนวทางที่นายเมธี กระทำอยู่ก็รุนแรงมาก แต่ แกนนำเสื้อแดงไม่ได้ห้ามปราม เช่น พูดบนเวทีทำนองว่า นายอภิสิทธิ์จะไม่ได้เหยียบแผ่นดินไทยอีก หรือ ตัดหัวนายอภิสิทธิ์เสียบประจาน ฯลฯ  เรียกว่า รับแต่ชอบ ครั้นเมื่อภัยจะถึงตัวก็ปัดรับผิด และที่สำคัญยิ่ง การที่นาย ณัฐวุฒิ บอกว่า สั่งไม่ได้ หมายความว่า สิ่งที่แกนนำเสื้อแดงยุแหย่ ปลุกปั่น จนซึมลึกเข้าสู่ทุกคน ทุกเส้นเลือดแห่งความเกลียดชังฝ่ายที่ตรงข้ามกับคุณนั้น แล้วบอกว่า คนพวกนี้อิสระ คุมไม่ได้ ช่างตลบแตลง ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี

ด้านล่างเป็นวิดีโอ พฤติกรรม บางส่วนของนายเมธี....




พฤติกรรมอันธพาล ของนายเมธี





ของฝาก...สังคมเลวทำให้คนเป็นผี สังคมดีทำให้ผีเป็นคน

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

กองกำลังไม่ทราบฝ่ายก็คือกองกำลังแกนนำเสื้อแดงเอง แต่แยกกันทำงาน

น่าจะเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า กองกำลังที่แกนนำเสื้อแดงเรียกว่า "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" ทั้งที่เกิด เมื่อ 10 เมษา 53 กับเมื่อสักครู่ที่แยกศาลาแดง สีลม กองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงระเบิด 5 ลูกใส่ฝูงชนคนสีลม  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย สาหัส ร่วม 10 ราย (ตรวจรายชื่อ) นั้นเป็นกองกำลังของตัวเอง แต่แยกกันทำ แกนนำรู้ดี ว่าเป็นใคร หน้าฉากบนเวทีก็ สันติอหิงสา ในขณะเดียวกัน หลังฉาก ก็จับมือลับๆกับทหารเลวๆ ทหารมาเฟีย กลุ่มหนึ่ง หรือหลายกลุ่มประสานกัน รวมทั้งพวกที่ยิงระเบิดป่วนเมืองด้วย เป็นเครือข่ายเดียวกันแน่นอน แต่ จตุพร แกนนำเสื้อแดงปฎิเสธความรับผิดชอบ

กองกำลังที่ว่านี้บางครั้งก็แฝงตัวอยู่กับม๊อบเสื้อแดง เช่นเมื่อ 10 เมษา บางครั้งก็ออกบฎิบัติภาระกิจด้านนอกม๊อบ เช่น ยิงระเบิดใส่ชาวสีลม ซึ่งยิงจากภายนอกม๊อบเสื้อแดง 


ภาพจากเครือเนชั่น: ผู้ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดที่แยกศาลาแดง สีลม

แทนที่กลุ่มแกนนำเสื้อแดงจะประณามคนก่อการร้ายที่ทำร้ายประชาชน ทำร้ายคนเสื้อแดงเองเพื่อโยนความผิดไปให้ทหาร ตำรวจ รัฐบาล เมื่อ 10 เมษา ให้หมดความชอบธรรม เป็นความเลือดเย็นอย่างยิ่ง  แกนนำเสื้อแดงกลับดีอกดีใจ เหมือนถูกหวย แทนที่จะเสียใจ แกนนำเสื้่อแดง จึงยิ่งมั่นใจ เพราะมีกองกำลัง(ตัวเอง) ช่วยเหลืออยู่อย่างลับๆ อำมหิตมาก

ดังนั้นการชุมนุมของกลุ่มหลากสี ก็ดี กลุ่ม facebook หรือกลุ่มอื่นๆ ก็ตามที่ต่อต้าน หรือไม่เห็นด้วยกับแกนนำเสื้อแดงจึงไม่น่าปลอดภัย มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ กองกำลังของแกนนำเสื้อแดงที่เรียกว่าไม่ทราบฝ่ายนี้จะเอาเรื่อง จะยิงระเบิดใส่เมื่อใด เลวทราบต่ำช้าจริงๆ 

ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด โหดเหี้ยม อำมหิต ยิงประชาชนชาวสีลมที่ประท้วงต่อต้านม๊อบเสื้อแดง ที่ไม่มีอาวุธ ลอบกัด สันดานเดรฉานจริงๆ

บ้านเมืองไทยสงบสุขมาช้านาน นักการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ ที่หนุนพรรคการเมือง ทำบ้านเมืองเละ จวนเจียนจะพินาศ ฟันธงได้เลยว่า มีนักการเืมืองเหล่านี้ พันธุ์อุบาทว์ๆนี้ไร้ประโยชน์ เสียแล้ว มีโทษ มีพิษภัยมากมหันต์





วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

Flash mob dancers at the heart of bangkok สามัคคีแด๊นซ์




Among political conflicts in Thailand, a group of more than 200 non-professional dancers volunteered to dance to show the power of harmony at the heart of Bangkok. These Thai people came from all parts of Thailand without separation of religions, Buddhist, Christ or even Islam. ...


ตัวอย่างการรณรงค์ทางการเมืองที่สร้างสรรค์ผ่านโฆษณาออนไลน์ที่เรียกว่า viral marketing สิ่งดีดีที่ควรส่งเสริม และยังมีอีกมากกมายนักบน cyber space ที่ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีดี แต่...อนิจจา การเมืองไทย วัฒนธรรมการเมืองไทย ไม่เคยมี ไม่เคยมีเลยจริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

พธม. : อย่าเอาตัวเองเป็นกฎหมาย

ใครๆก็เดือดร้อนครับ ...ข่าว แกนนำเสื้อเหลืองให้เวลารัฐบาล 7 วัน จัดการม๊อบเสื้อแดงให้เรียบร้อย หากไม่จัดการ พันธมิตรจะจัดการเอง อ้างรัฐธรรมนูญ (อีกแล้ว) ผมได้กลิ่นเลือดนองพื้นแน่ ทั่วประเทศด้วย และบีบบังคับให้ทหาร ตำรวจ ใช้ความรุนแรง หากเกิดผิดพลาด และผลสุดท้ายหนีไม่พ้น การรัฐประหาร




รูปแบบ วิธีการการยุแย่นี้ แกนนำเสื้อเหลืองเป็นคนทำมาก่อนไม่ใช่หรือ โดยผ่านทาง ASTV และ หนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการ  จำไม่ได้แล้วหรือ หรือว่า ตัวทำได้คนอื่นห้ามทำ คนอื่นทำแล้วผิดกฎหมาย วิธีการ ยุแหย่ให้คนในชาติแกลียดกัน บาดหมางกัน ร้าวลึก กว่าที่คิดน่ะ ก็พวกคุณไม่กี่คนไม่ใช่หรือ ? ที่เริ่มก่อน กองกำลังติดอาวุธคุณก็มี การแห่ศพคนเสียชีวิต เพื่อปลุกกระแส คลั่งอยู่ในเลือดข้นๆ ก็พวกคุณแกนนำเสื้อเหลืองไม่กี่คนไม่ใช่หรือ?? ยิ่งไปกว่านั้น คุณไปยึดสนามบินสองแห่ง ยุยงให้ไปยึดสถานที่ราชการ สนามบินตามต่างจังหวัดอีก ก็พวกคุณอีกนั่นแหละ และก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงคำขอโทษ คำว่าเสียใจที่ได้กระทำลงไปเลย ยังคิดว่าตัวเองถูกอยู่ แถมยังพยายามจะเข้าสู่อำนาจ ด้วยการตั้งพรรคการเมืองใหม่อีำก  ครั้นพอมีคนอื่นลอกเลียนแบบ กลับทนไม่ไหว อดทน อดกลั้นหน่อยครับ อย่าให้แนวร่วมที่คุณปลุกปั่นมาทั่วประเทศ ไปเป็นเหยี่อพวกคุณอีกเลย หากต้องการจะทำจริงๆ ทนไม่ไหวแล้ว พวกคุณแกนนำเสื้อเหลือง จะรุ่น 1 รุ่น2 หรือรุ่นไหนๆ ไปลุยเองนะ อย่าใช้คนอื่น สาธุ !!


นี่คือทัศนคติ วิธีคิดของแกนนำเสื้อเหลือง ช่างคับแคบ และ เผด็จการอย่างยิ่ง และ คนมีอำนาจในประเทศไทยช่างมีคนแบบนี้มากเกินไปเสียแล้ว โลกนี้จึงไม่เคยสงบ ประเทศไทยจึงไม่สงบ อีกแล้ว...... วังเวง  
                                  
ของฝาก จาก อัลเบิร์ตไอสไตน์
  •  "Peace cannot be kept by force, it can only be achieved by understanding"
  • "เด็กๆอาจจะไม่ค่อยใส่ใจที่จะฟังผู้ใหญ่ เด็กๆอาจจะไม่เป็นผู้ฟังที่ดีนัก แต่เด็กไม่เคยพลาดที่จะเลียนแบบผู้ใหญ่" อันนี้ ของฝากจาก ผมเอง





วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

การสลายม๊อบเสื้อแดงเมื่อ 10 เมษา รัฐบาลโดน"วางงาน"

(ข่าว) เกี่ยวกับการก่อการร้ายอยู่กลุ่มแกนนำเสื้อแดง และแกนนำเสื้อแดงก็ทราบดี รู้เห็นเป็นใจ

ผู้วางแผน ได้มีัการตระเตรียมงาน นี้ไว้นานแล้ว หากรัฐบาลตัดสินใจปราบม๊อบเสื้อแดง โดย "นักฆ่าใจนรก" อยู่ร่วมกับม๊อบเสื้อแดง และแกนนำเสื้อแดงก็ทราบดี อย่างที่เคยเขียนถึง งานนี้จึงเป็นการฆ่าเสื้อแดงด้วยกันเอง สังเวยชีวิตพี่น้องแสื้อแดง  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองตัวเอง เลือดเย็นมาก แล้วโยนความผิดให้ทหาร ตำรวจ พลเรือน รัฐบาล ที่เข้าสลายม๊อบดังกล่าว หวังให้รัฐบาลหมดความชอบธรรม ยุแหย่ ม๊อบให้ขับไล่ นายก อภิสิทธิ์ออกนอกประเทศ ตามที่วางแผนไว้ ตัวเองเป็นพระเอก พี่น้องเสื้อแดงที่เสียชีวิตเป็นแพะบูชาความสะใจ เป็นฐานให้กลุ่มตัวเองและผู้อยู่เบื้องหลังเหยียบขึ้นไป  ดังนั้น พี่น้องเสื้อแดงที่เข้าร่วมโดยบริสุืทธิ์ใจ กำลังถูก คุณทักษิณ และ แกนนำเสื้อแดงหลอกใช้ และหลอกให้ไปตาย และก็เป็นเฉกเช่นนี้ มาทุกยุคสทุกสมัย ที่การเมืองแย่งชิงเอำนาจ และผลประโยชน์กัน

ความมุ่งหวังของแกนนำเสื้อแดง และผู้อยู่เบื้องหลังคนอื่นๆอีกนั้น คงผิดหวังมากที่เหตุการณ์กลับหยุดชะงัก ยุติลงกลางคัน โดยรัฐบาล นายก อภิสิทธิ์ สั่งการให้ยุติ หากดันทุรัง ลุยต่อ คราวนี้เละเป็นโจ๊กแน่ ทหารและพี่น้องเสื้อแดงตายแยะแน่  แต่สาธุ โชคดีที่ยังพอมีสติ

แกนนำเสื้อแดง รวมทั้งพรรคเพื่อไทยด้วย ยิ่งพบกับกระแสตีกลับของสังคม สื่อกระแสหลัก ที่ยังพอมองเห็น และเริ่มตั้งข้อกังขา มากยิ่งขึ้น

อันทที่จริงมีหหลายวิธีที่จะทำให้แกนนำเสื้อแดง ยอมยุติ แล้วสลายม๊อบ(อย่างไม่เต็มใจ) นั่นคือ มวลชน พลังเงียบทั้งหลาย โดยเฉพาะสื่อกระแสหลักทั้งหลาย และองค์กร ผู้นำทางความคิดต่างๆ  ต้องกล้าหาญ ต้องออกมาประณามใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายเยี่ยงกลุ่มเสื้อแดงนี้ ให้ออกไปให้พ้นจากพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่เป็ฯการเข้าข้าง รัฐบาลนายก อภิสิทธิ์ หรือใครคนใด หรือพรรคใด แต่เป็นการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้บังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัด จริงจัง เด็ดขาด มิฉะนั้น เราจะเดินไปไหนไม่ได้ บ้านเมือง จะปกครองด้วยอะไร ถ้ามีคนละเมิดกฎหมายแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องเล็ก หรือใหญ่ คนมาก หรือน้อย



ศอฉ. น่าจะนำชายผู้นี้ (ภาพด้านบน) มาออกทีวี สัมภาษณ์เขา เพราะเขาเป็นคนให้สัมภาษณ์ผ่านทีวีฝรั่งช่องนี้ เป็นภาษาไทยแล้วบอกว่า ทหารไม่ได้ทำร้าย ไ่ม่ได้ยิงประชาชน แต่เป็นคนอื่นในฟากเสื้อแดงเอง แล้วให้เขาชักชวนพี่น้องเสื้อแดงอื่นๆที่บริสุทธิ์ ได้คิดทบทวนตัวเองในการเป็นแนวร่วมกับผู้ร้าย ผู้ก่อการร้าย เหล่านี้ น่าจะมีผลอย่างน้อยก็ในเชิงจิตวิทยา และก็ต้องดูแลชีวิต เขาและครอบครัวเขาด้วยนะ พวกเสื้อแดงหัวรุนแรงที่ถูกล้างสมอง คงทำร้ายเขาแน่

ล่าสุดขณะนี้ดูเหมือนว่า กระแสสังคมและสื่อกระแสหลักต่างๆ จะนำเสนอข่าวไปในทางเดียวกันมากขึ้น แกนนำเสื้อแดงจึงข่มขู่คุกคาม โดย นายอริสมัน พงษ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำประกาศวันนี้(ข่าวจากทีวีไทย) จะนำพวกเสื้อแดงไปข่มขู่ทุกสถานีทีวีผู้ที่เผยแพร่คลิป ที่ ศอฉ. นำออกมาให้สาธารณะชนรับทราบ และบังคับให้ออกข่าวของแกนนำเสื้อแดง30 นาที ทุกช่อง...... ฮ่าๆ นักประชาธิปไตยจ๋า

ผมเชื่อแน่ว่า แกนนำเสื้อแดง ถอยไม่เป็น เพราะยึดติด ยึดแน่นต่อความคิดตัวเอง เรียกร้องประชาธิปไตย  แต่ บังคับให้คนอื่นทำตามตัวเองในหลายเรื่อง หลายกรณี อะไรของ(อริส)มัน ดังนั้น ต้องทำอะไรรุนแรงแน่ ไม่ระเบิดตึก ก็อะไรสักอย่าง หรือหลายๆอย่างที่รุนแรงทำนองนี้ และตัวแกนนำทั้งหลาย จะหนีหายไปนอกประเทศ ขอให้รัฐบาลเตรียมป้องกันไว้ด้วย















วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่างความไร้ความรับผิดชอบของสื่อกระแสหลัก

13 เมษา 53 ในรายการข่าวที่นี่ ทีวีไทย ช่วง 4 ทุ่ม
ขอตำหนิอย่างรุนแรงต่อรายการข่าว "ที่นี่ ทีวีไทย ช่วงตอบโจทย์" ที่มีผู้ดำเนินรายการที่ไร้ซึ่งวุฒิภาวะอย่างยิ่งในการดำเนินรายการ ที่ไปถามผู้ร่วมรายการทำนอง ถ้าเรื่องจบไม่ลง ถึงทางตัน ม๊อบเสื้อแดงประท้วงไม่เลิก จนรัฐบาลจัดการไม่ได้ ท่านจะตัดสินใจอย่างไร ? นายทหารนอกราชการตอบว่า เป็นผมก็ต้องรัฐประหาร ผู้ร่่วมรายการอีกท่านก็บอกว่า่ไม่ขัดข้อง โดยที่ผู้ดำเนินรายการไม่ได้รู้สึกรังเกียจ หรือคัดค้าน หรือให้ข้อเท็จจริงว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่ควรส่งเสริม เราต้องไม่เห็นด้วย เด็กและเยาวชน หรือประชาชนทั่วไป ได้ยิน ได้ฟังจะได้เข้าใจว่าการรัฐประหารโดยทหาร หรือใครก็ตามเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เป็นสิ่งชั่วร้าย ไม่ควรเห็นด้วย ต้องต่อต้าน แต่ผู้ดำเนินรายการปล่อยทิ้งประเด็นไว้ ไม่ทำอะไรเลย




การนำเสนอข่าวสารต่อประชาชนในฐานะสื่อสารมวลชนที่ดี ต้องมีทั้ง....

1. ความจริง(Truth or reality) คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ณ ขณะนั้นๆ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่ว่าจะดีหรือเลว ผิดหรือถูก ขาวหรือดำ หนักหรือเบา ก็ต้องรายงานไปตามความเป็นจริงที่เห็น ขณะรายงานข่าว

2. ข้อเท็จจริง(Facts) เป็นข้อมูลที่มีหลักเกณฑ์ผ่านกระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว หรือ เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยรวมแล้ว เป็นหลักคุณธรรมความดีงาม สามารถบอกได้แล้วว่า ดีไม่ดี ถูกหรือผิดกฎหมาย เช่น ในกรณีรายการช่าวนี้ ผู้ดำเนินรายการต้องพูดอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เป็นการให้ข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันผู้รับชมข่าวสับสนต่อความคิดเห็น หรือทัศนของผู้ร่วมรายการ หรือเข้าใจผิดได้ หรือซึมซับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยที่ไม่มีใครชี้แนะ  ดังนั้นผู้ดำเนินรายการจึงต้องมีภูิูมิ ต้องศึกษา ทำการบ้านในประเด็นที่กำลังสนทนาด้วย  อย่ามั่วๆทำ อย่าชุ่ย และโยนความสับสนให้คนอื่นตัดสิน วิธีการดำเนินรายการแบบนี้ ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนเลย มักง่ายเป็นที่สุด ไร้สมอง มีสมองเท่าเม็ดถั่วเขียว แล้วยังไม่มีรอยหยักอีกด้วย

และกองบรรณาธิการสื่อจะต้องเน้น จัดหาพื้นที่สื่อที่มีผู้พบเห็นมากๆ  เพื่อกระตุ้น เตือนรัฐบาล รายงานต่อประชาชน อย่างต่อเนื่อง จนกว่าผู้กระทำการละเมิด หรือ ท่าทีแสดงพฤติกรรม ไม่บังควร กำกับให้อยู่ในร่องในรอย เป็นเยี่ยงอย่างที่ดี และหากผู้กระทำ ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ให้ประณามโดยพร้อมเพียงกัน และให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เสมอเหมือนกัน และอย่าให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสได้ใช้อำนาจรัฐอีก หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะอีกต่อไป เพราะจะเป็นปัญหาให้กับสังคมที่รักสงบ

สิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่งสำหรับผู้ดำเนินรายการท่านนี้ คือ ก่อนจบรายการบ่อยครั้งพูดว่า ให้ท่านผู้ชมตัดสินใจเอาเอง ว่าจะเชื่อใครไม่เชื่อใคร บ้องตื้นจริงๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำรายการทำนองนี้ เด็กอนุบาลก็ทำได้ว่ะ โยนความสับสนให้กับผู้ชมซึ่งแต่ละคนก็มีระดับการับรู้ ความเข้าใจ วิจารณญาณแตกต่างกัน คุณนั่นแล่ะ ควรมีวิจารณญาณมากว่านี้ ไอ้งั่ง เอ๊ย

ตอนแรกที่เขียนเรื่องนี้เขียนตอนชมขณะแพร่ภาพ แต่เมื่อได้เห็นเป็นข่าวทางหน้าเว็บไซต์ทีวีไทยอีก ก็เลยทำให้รู้ว่าเป็นทั้งกองบรรณธิการข่าว ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อประชาชน ไร้สมอง ไปเรียนหนังสือใหม่ไำป๊ หรือไม่ก็หาหนังสือประเืทืองปัญญาด้านสื่อสารมวลชนที่ดีเขาทำกันอย่างไร มาอ่านให้มากๆ  ควายล้วนๆไม่มีวัวปนสักนิด และก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมดทุกสำนัก ในสื่อกระแสหลัก

เรื่องความดีความเลว ความผิดความถูกกฎหมายของบ้านเมืองโดยรวม หลักคุณธรรมความดีงาม ในฐานะสื่อจะบอกว่าเป็นกลาง แล้ววางเฉย ไม่กล้าหาญประณามคนทำผิด วางเฉย เท่ากับส่งเสริม ให้คนทำผิดกระทำต่อบ้านเมืองต่อไปเรื่อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า กลุ่มโน้นที กลุ่มนี้ที สื่อกระแสหลักไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่เมื่อมีผู้ลอบยิงระเบิดไปที่สมาคมข่าว คุกคามสื่อ กลับมีแถลงการณ์ตอบโต้ประณามจาก 5 สมาคมสื่อ มันบ่งบอกว่า เรื่องชาติ บ้านเมืองกูไม่สน สนแต่ทรัพย์สินเงินทองของกู และพวกกู เท่านั้น อย่างนั้นหรือ ???

อย่างนี้เขาเรียกว่า Mainstream media's conspiracy of silence and oversight คือวางเฉย เงียบ ละเลย ไม่ทำหน้าที่ที่ควรกระทำอย่างยิ่ง ทั้งนี้เป็นเพราะ

1. ขาดความกล้าหาญ ขี้ขลาด(เพราะส่วนหนึ่งทุนสื่อมาจากสัมปทาน) เก่งแต่บดขยี้ ดารา นักแสดง หรือคนต่ำต้อยกว่า คนที่ไม่มีทางต่อสู้
2. มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ก่อการ หรือผู้กระทำความผิดทั้งหลาย
3. ขาดความเป็นมืออาชีพ ไร้อุดมการณ์ ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และประชาชน

สิ่งเหล่านี้จึงจำเป็นต้องปฎิรูปสื่ออย่างเร่งด่วน !!!!

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

Thailand Broadband Road Map ??..........2

1. การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่ครอบคลุม (Digital Access) ให้แพร่หลาย และเข้าถึงได้ทุกสถานที่ ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด อย่างเท่าเทียมกัน ในสถานที่ห่างไกล หรือตามต่างจังหวัด รัฐก็ควรส่งเสริมภาคเอกชน ให้ร่วมเร่งรีบวางระบบให้เป็นไปตามแผน(รีบๆ วางแผนซะ) โดยอุดหนุนทางการเงิน หรือสิทธิทางภาษี เป็นต้น


2. ให้เข้าใจใช้เป็น (Digital Literacy) สื่อทางดิจิตอลจะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆต่อวิถีชีวิตของผู้คน จึงจำเป็นต้องเข้าใจ ใช้เป็น ไม่เพียงแค่หมายถึงใช้ สืบค้นข้อมูล ออนไลน์ หรือความชำนาญในการใช้ซอร์ฟแวร์โปรแกรมต่าง ซึ่งจำเป็นแล้ว ยังต้อง รู้จัก สังเคราะห์ วิเคราะห์ ข้อมูล ข่าวสาร วิจารณญาณ ในการรับข่าวสารต่างๆที่มีอยู่อย่างมากมาย สารพัดรูปแบบ และใช้ในเกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น
3. บทบาทความเป็นพลเมืองบนออนไลน์ (Digital Citizens) ไม่ว่าจะเป็นใครที่อยู่บนออนไลน์ โดยเฉพาะ เด็ก เยาวชน ต้องได้รับการอบรม เรียนรู้ถึงสิทธิ หน้าที่ในฐานะที่เป็นพลเมืองของชุมชนนั้นๆ ที่เราคลุกคลีอยู่ ต้องรู้จัก เคารพ ให้เกียรติ ผู้อื่น คุณค่าของผู้อื่น ค่านิยม ปทัสถานทางสังคมที่ดี และร่วมกันจรรโลง แก้ไขสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากคุณธรรมความดีงาม ต่างๆด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของการวางกรอบแนวทางในการใช้ สื่อทางดิจิตอลนี้ ว่าควรเป็นใคร มีขอบเขต แค่ไหนอย่างไร ซึ่งไม่ง่ายเลย แต่ต้องวางกรอบร่วมกัน

4.ความปลอดภัย Digital Safety) เป็นเรื่องที่ค่อนข้างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะ กับเด็กและเยาวชน เพราะ สื่อทางดิจิตอลนี้ไม่เหมือนกับโลกที่เราอยู่ ด้วยเพราะ  ทางดิจิตอล ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลอะไร เปิดเผยตัวตนอะไรก็ได้ ขณะออนไลน์ ผู้ปกครองจึงต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเด็กๆ ลูก หลานตัวเอง เพื่อให้รู้เท่าทัน คนอื่นที่จ้องจะเอาเปรียบ ในทุกวิถีทาง ทั้งการล่อลวงทางเพศ และ อาขญากรรมอื่นๆ แต่ก็ดูถึงความเหมาะสมในการแสดงออก ให้่พอเหมาะ หรือกลัวจนปิดกั้นสิทธิการแสดงออก

หน่วยงานที่จะกำกับดูแล ด้านนี้จึงจำเป้นต้องมีการสัมนา ฝึกอบรม ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง หรือผู้สนใจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ โดยเน้นใช้ช่องทางสื่อสารถึงผู้สนใจ ที่สะดวก หลากหลายรูปแบบ ง่ายๆ เป็นการสื่อสารสองทาง ที่หากมีผู้สงสัย หรือมีปัญหา ต้องการคำปรึกษา ก็พร้อมจะมีคำตอบให้ทันที หรือไม่เกินกี่ชั่วโมง เป็นต้น

หากเป็นไปตามที่นักวิชาการท่านนี้คาดการณ์ อีก10 ปี นับจากนี้ไป ประเทศไทยจึงจะมี Internet broadband จะเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีใช้ครอบคลุมทั่วประเทศ ก็คงช้าไปหน่อย  แต่ต้องมีความเร็ว อย่างน้อยซัก 20 Mbps และต้องให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้ได้จริงๆ ทั่วประเทศ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป้นเร่งด่วน หากต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมือง เพราะตอนนี้ ประเทศไทยเป็นประทศชายขอบด้านนี้ไปแล้ว ทำไปพร้อมๆกับการชำระสะสางประเทศไทย ให้่ไฉไลกว่าเดิม  นะท่านพี่


วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

การเมือง : บทบาท หน้าที่องค์กรหลัก ของประเทศ

เมื่อวันพฤหัส ที่ผ่านมา ผมได้เขียนเรื่องThailand Internet broadband Road Map ?? แล้วบอกว่าจะเขียนต่อให้เสร็จ  แต่ด้วย การเมืองกำลังร้อนแรงเหลือหลาย วันนี้ก็จึงยังต้องเขียนเรื่องการเมืองอีกสักวัน

สื่อกระแสหลัก ผมได้เขียนถึงหลายหนมาก และคิดว่าก็ยังคงต้องเขียนถึงอีกมากมาย เรียกร้องให้รู้ ฝื้นจิตสำนึกถึง หลักคุณธรรมความดีงาม(Virtue of principle) ความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวสารต่อประชาชน ซึ่งสำคัญยิ่งกว่า จรรยาบรรณสื่อ (Media's code of conduct) มากมายนัก

วัีนนี้ขอเน้นถึง นักวิชาการ ที่สังคมมองเห็นภาพ(แต่ความเป็นจริงอีกเรื่องหนึ่ง) ว่าเป็นมันสมอง เป็นกลุ่มคนที่มีภูมิ มีความรู้ เป็นปัญญาชน และก็น่าจะมีหลักการ มีวิจารณญาณ แยกแยะข่าวสารต่างๆ ได้ดีกว่า คนทั่วไป

นั่นคือภาพ ที่สังคม คนทั่วไปมองไปยังกลุ่มนักวิชาการ แต่ในความเป็นจริง ไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว มีนักวิชาการหลายคนมาก ที่ติดหล่ม กับทัศนคติ กระบวนทัศน์ ข่าวสารขยะ จนแยกแยะไม่ออกว่า หลักการอยู่ตรงไหน คุณธรรมความดีงามที่ต้องดำรงค์ไว้ก่อนข้อเรียกร้องใดๆ จึงหลงไปติดอยู่กับเสื้อสีต่างๆ โดยละเลยถึง หลักการ ความถูกต้อง เหมาะสม ความกล้้าหาญที่จะแสดงออก ใครก็ตามที่กำลังทำ หรือเตรียมการที่จะทำ หรือมีท่าทีว่าจะทำในสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากหลักคุณธรรมความดีงาม อันเป็นเหตุให้บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนเสียหายในวงกว้าง ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กและเยาวชน จึงสมควรประณาม จะในนามส่วนตัว หรือเป็นกลุ่ม เป็นสมาคม ก็ยิ่งดี และกระทำแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้กำกับ สื่อสารไปถึง คน หรือกลุ่มคนที่กำลังแสดงพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนเหล่านั้น ว่าสังคมที่รักสงบไม่ต้องการ ให้เจ้าพนักงานของรัฐเข้าจัดการดูแล หากยังกระทำอยู่อีก ก็จะมีมาตรการกระตุ้นเตือน ที่หนักแน่น มากยิ่งขึ้น ให้สังคมได้ช่วยกันประณามกลุ่มคนเหล่านั้น และในที่สุดก็จะปรับปลี่ยนพฤติกรรม คนเหล่านั้นได้ และกันกลุ่มคนเหล่านั้นให้ออกห่างอำนาจรัฐ อันจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงหากยังให้โอกาสกลุ่มคนเหล่านั้นมีพื้นที่ มีอำนาจ มีอิทธิพล ต่อสัีงคมอยู่อีก อย่างเช่นกรณี เกิดเสื้อเหลือง เสื้อแดง ที่ทำความเดือดร้อนแก่สาธารณะชนอย่างใหญ่หลวง อยู่ขณะนี้

การแสดงออก ของกลุ่มคน ที่จะช่วยกันกำกับพฤติกรรม คนที่ไม่ดี ที่ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควร จึงเป็นหน้าที่ของทุกๆองค์ที่ต้องรับผิดชอบสังคมร่วมกัน ไม่เฉพาะ สื่อกระแสหลัก เท่านั้น หรือ นักวิชาการเท่านั้น เรียกร้องให้ทุกๆ กลุ่ม แต่ที่เน้น สื่อกระแสหลักก็เพราะ เป็นหน้าที่ และเข้าถึงคนได้คราวละมากๆ อยู่แล้ว ส่วนนักวิชาการ ก้เป็นปัญญาชน เป็นผู้นำทางความคิดที่ดีดี จึงมีอิทธิพลต่อผู้อื่นได้มาก

ในทางตรงข้าม หาก สื่อกระแสหลัก และ กลุ่มนักวิชาการ ไม่สามารถแสดงออก หรือไม่กล้าหาญ หรือแสดงออกแต่ไม่ได้ยึดถือถึงหลักคุณธรรมความดีงาม สังคมก็จะยิ่งสบสนวุ่นวาย อย่างที่เป็นอยู่ สังคมกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ใครนึกจะทำอะไรก็ทำ โดยเอาจำนวนคนมากหน่อย ไปจ้างวานแนวร่วมมาข่มขู่ เรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แสดงพฤติกรรมแบบเด็กกระทืบเท้าเอาของ เมื่อไม่ได้ทันทีก็ขว้างปา สิ่งของ ระเบิด ใช้กำลังเข้ายึดสถานที่ และสุดท้ายเราก็ต้องยินยอมทำตาม อย่างนั้นหรือ??????????????? เพี้ยนแล้ววว ไม่ใช่แน่

การที่อธิการบดีสามมหาวิทยาลัย ออกข่าวเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาล และ แกนนำเสื้อแดง หันหน้าคุยกัน(อย่าหันก้นคุยกัน) หาทางออกของประเทศ (ข่าว) จึงเป็นสิ่งที่ผิดช่วงเวลา และไม่ได้ยึดถือหลักคุณธรรมความดีงามที่ต้องดำรงค์ไว้ก่อนข้อเรียกร้องใดๆ การออกมาเรียกร้องของท่านอธิการบดีดังกล่าว จึงเท่ากับเป็นการยอมรับพฤติกรรมเถื่อนของกลุ่มแกนนำเสื้อแดง ให้ท้าย หรือแกนนำเสื้อเหลืองก่อนหน้านี้ก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม ถ้าท่านอธิการบดีทั้งสาม สื่อกระแสหลัก และ กลุ่มอื่นๆ ออกมาพร้อมๆกันประณาม  พร้อมๆกันทั้งประเทศ ให้กำลังใจ สนับสนุนเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จริงจัง และใช้วิธีการที่ถูกต้อง มีเมตตาธรรมต่อกัน  ถามว่า จะสามารถปรับเปลี่ยนท่าทีเถื่อนๆ วิธีการอหิสาปลอมๆ ข้อเรียกร้องที่ไม่ชอบธรรม พฤติกรรมคุกคาม ข่มขู่ ของแกนนำเสื้อแดงได้หรือไม่ ??

ยกตัวอย่าง มี นศ. ท่านหนึ่งโกงข้อสอบ มีหลักฐานชัดเจน ถูกอาจารย์ปรับเกรดตกในวิชานั้น เกิด นศ. คนนั้นไม่พอใจ ไม่เห็นด้วยที่อาจารย์ทำกับเขาอย่างนั้น จึงเรียกร้อง โวยวาย ประท้วงอาจารย์ท่านนั้นให้ลาออกไปเสีย อ้างว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไปพาพวก นศ.มา จ้างวานมา ให้ขับไล่อาจารย์ท่านนั้นออก และ ขอสอบใหม่ หรือ ไม่ต้องปรับเกรดตก หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องนี้จะเผาตึก เผาคณะ เรื่องถึงอธิการบดี แทนที่ ท่านอธิการบดีจะ อบรมสั่งสอนไล่เด็กก้าวร้าว รุนแรงนี้ออก และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการ กลับบอกว่า "อาจารย์ (ที่ปรับเกรด นศ. ตก) คุยกับ นศ. เสียนะ อย่างให้เรื่องวุ่นวายไปมากว่านี้อีกเลย" (อธิการบดีปวดหมอง) (นศ.คนนี้ตอนเด็กๆ ก็ใช้พฤติกรรมกระทืบเท้าเอาของกับพ่อแม่ โตขึ้นมา เป็น นศ. ก็ยังใช้วิธีนี้อยู่ และเมื่อเรียนจบไปหากเป็นนักการเมืองก็จะเป็นแบบแกนนำเสื้อแดง เสื้อเหลือง เพราะเรียนรู้ว่า ทำแล้วได้มาตลอด -จังไรแมน !!)

อาจารย์ นักวิชาการ จะสั่งสอน อบรม นศ. ได้อยู่หรือ ถ้ามีทัศคติ วิธีคิด กระบวนทัศน์เยี่ยงนี้ น่าห่วงอย่างยิ่ง กับพฤติกรรามผู้นำทางสังคมที่มีวิธีคิด ทัศนคติ เยี่ยงนี้ แสดงให้เห็นว่า ผู้นำทางสังคมไทยหลายต่อหลายท่าน แยกแยะไม่ออกว่า อะไร เป็นเหตุ อะไรเป็นผล อะไรคือเรื่องส่วนตัว อะไรคือเรื่องส่วนรวม กระทบกว้างใหญ่ต่อสังคมแค่ไหน ควรมีหลักยึด หลักคิดอย่างไร ที่เป็นปทัสถานให้สังคมอยู่กันได้อย่างผาสุก และยั่งยืน

ขอเสนอ และขอเรียกร้องให้ผู้นำทางสังคม ทุกๆด้านได้ออกมาประณาม พฤติกรรมแกนนำเสื้อแดง ที่กระทำอยู่ ในแง่ของมหาวิทยาลัยที่แกนนำเสื้อแดงสำเร็จการศึกษามา ขอเสนอให้ถอดถอนปริญญาบัตรทั้งหมด เพื่อเป็นการ แสดงจุดยืนของมหาวิทยาลัย และยึดหลักคุณธรรมความดีงาม และเป็นการกำกับ พฤติกรรม แกนนำเสื้อแดง ให้อยู่กับร่องกับรอย

ส่วนเหตุผล ก็เพราะ แกนนำเสื้อแดง เหล่านี้ ทำให้มหาวิทยาลัยเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติภูมิ สถาบัน ซึ่งมีลูกศิษย์ที่ดีมากมาย เพราะสถาบันไม่ได้สั่งสอน ปลูกฝังให้ลูกศิษย์ มีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ นี่เป็นมาตรการอย่างหนึ่งที่คนที่เกี่ยวข้อง สามารถช่วยกัน กำหราบพฤติกรรมอันไม่พึงปรารถนา ของคนลงได้ และต่อไป ทางคณะกรรมการมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จะนำกรณีนี้เป็นแบบอย่างได้จะดีมาก  ใครทำชั่วร้ายแรง นักการเมือง ข้าราชการ ทั้งหมด ที่โกงกินบ้านเมืองที่ต้องคำพิพากษาแล้ว ถอดถอนปริญญาให้สิ้น ร่วมด้วยช่วยกัน กวาดคนไม่ดีออกห่างพื้นที่สาธารณะ และส่งเสริมคนดี มีคุณธรรม ให้ได้ทำงานเพื่อสังคมที่ดีงามต่อๆไป



การจ้างวานมาร่วมชุมนุมของแกนนำเสื้อแดง





การกระทำทั้งหลายทั้งปวง ของแกนนำทั้งสองสี ที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ผิดกฎหมายแทบทั้งสิ้น และเป็นพฤติกรรมที่ต้องได้รับการประณาม แม้นจนบัดนี้ กลุ่มแกนนำทั้งหลายก็ยังไม่ได้มีสำนึกสักนิดว่า เป็นความผิดของตัวเอง คำนึงถึงแต่ชัยชนะ บนเส้นทางที่ขรุขระยิ่ง ที่จะนำพาประเทศชาติให้รุ่งเรืองได้
นอกจากความมัน สะใจ และ หลอกตัวเองว่า ชนะแล้ว !!!

การที่นานาชาตืเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง ก็ดี  47 ประเทศนานาชาติอย่างน้อยที่ออกมาเตือนพลเมืองชาติตัวเอง ในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยก็ดี โดยเฉพาะประเทศจีนที่ห้ามสายการบิน ไชน่าแอร์ไลน์บินเข้าไทย ฯลฯ ล้วนเป็นการส่งสัญญาณ เป็นการกำกับพฤติกรรมระดับประเทศ ที่มีต่อประเทศไทยในฐานะที่เป็นประชาคมโลก ที่ไม่ต้องการเห็นการทำร้าย ทำลายกัน เข็ญฆ่ากัน ซึ่งไม่ใช่หลักคุณธรรมความดีงาม นั่นเอง แต่องค์กรต่างๆ สถาบันต่างๆ ผู้นำทางความคิดต่างๆ นักวิชาการ ต่างๆ กลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย กลับไปให้ท้าย แทนที่จะประณาม ตำหนิ คนละเมิดกฎหมาย

หากยังไม่เรียนรู้ หรือเรียนรู้ช้า สังคมไทยก็จะมีแต่ความก้าวร้าวรุนแรง มีกลุ่มอิทธิพล ที่มีเงิน มีอำนาจ โยงใย ไข้วไป มา เท่านั้นที่มีกองกำลังติดอาวุธ เล็กใหญ่ ไว้คอยคุ้มครองทรัพย์สิน และบริวารตัวเอง และบงการ ความเป็นไปของประเทศ แล้วแต่ว่า ผลประโยชน์ที่ตกลงกันได้กับรัฐบาล เพราะรัฐบาลไร้อำนาจ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ต้องฟัง ผู้มีอิทธิพลเหล่านี้เวลาจะออกนโยบายใดๆ ผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ ตั้งหน้าตั้งตา "เกาะ" "สุบ"ความมั่งคั่งของประเทศชาติ และประชาชน เหมือนเช่นประเทศฟิลิปปินส์ ขณะนี้ ที่มีกองกำลังติดอาวุธเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด เราอยากเห็น อยากเป็นเช่นนั้นหรือ????

จึงเป็นไปได้ยากตามแนวคิดของ พลตรี มนูญ รูปขจร (ข่าว-อ่านความเห็นคุณศิวัช)

ขอเน้นย้ำอีกหนว่าแนวคิด ระบบการคัดกรองนักการเมือง เป็นสิ่งที่ต้องนำมาใช้ ปัญหา่ต่างๆที่เผชิญอยู่ทุกวันนี้จะค่อยๆหมดไป หรือลดไปมากกว่า 90%

ทุกวันนี้ประเทศที่เจริญมาได้ เมื่อคนและระบบ"หลุด" สื่อกระแสหลักที่ดีประสานกัน และผู้นำทางความคิดต่างๆ องค์กรต่างๆที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อประชาชน เป็นด่านต่อมา เพื่อกำกับ ตรวจตรา พฤติกรรมกลุ่มคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย สร้างความเสียหายให้บ้่านเมือง ละเมิดกฎหมายครั้งแล้วครั้งเล่า จะต้องถูกประณาม ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  มิฉะนั้นจะไม่มีพื้นที่ให้อยู่ เพราะ สีงคมที่รักสงบไม่ต้องการ แต่กรณีประเทศไทย "หลุด" หมด จึงเป็นอย่างที่เห็น

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

กลยุทธเจ้าหน้าที่ในการปราบจราจล

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ กำลังใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมผู้ประท้วงในหลายพื้นที่ ให้หน่วยปราบจราจล และทหาร ของรัฐจับผู้ขัดขืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รปภ เสื้อแดง ให้มัดด้วยสายรัดยางที่ข้อมือ แล้วจับกันออกไป ไว้ที่รถ หรือสถานที่ที่ตระเตรียมไว้ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงในการปะทักันได้มาก และไม่ต้องสิ้นเปลื้องกำลังมากมาย เพราะ รปภ. เสื้อแดงแต่ละที่ไม่น่าเกิน 500-1000 คน โดยตั้งหน่วย เผชิญหน้ากระดาน เป็นชั้นๆ เว้นช่องว่าง จับแล้วส่งหลัง คอยรับช่วงต่อ ถ่ายคนถูกจับออกไปเรื่อยๆ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ทุกๆคน  ก็จะค่อยๆ คืนสภาพพื้นที่ได้โดยง่ายกว่า รวดเร็วกว่ามาก แทนที่จะดันกันไปมา แล้วก็ ถอย เสี่ยงต่อการปะทะรุนแรง และยุ่งยากกว่ามาก

หากไม่จับตัว รปภ. เสื้อแดงไว้ แล้่วแยกออกไปดูแลต่างหาก คนเหล่านี้ก็อาจจะก่อปัญหาได้อีก เช่น ไปยึดสถานที่อื่นๆ พื้นที่อื่นๆ แทน ก็จะสร้างปัญหาเวียนวน ไม่จบสิ้น

ภาพจากกรุงเทพธุรกิจ: สถานที่ แยกราชประสงค์

สิ่งสำคัญและยิ่งใหญ่กว่ามากก็คือ  นายก อภิสิทธิ์ เมื่อจัดการกับผู้ประท้วงได้เรียบร้อยดีแล้ว คืนสู่ปรกติดีแล้ว จำเป็นต้องประกาศปฎิรูปประเทศไทย โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าร่วม ทันที

เมื่อสักครู่ ผู้สื่อข่าวช่อง ทีวีไทย รายงานโดยคาดการณ์ว่า ผู้ประท้วงต้องต่อสู้เจ้าหน้าที่แน่นอน ยืนยันด้วย ว่า "สู้" แน่นอน ทั้งที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์จริง แม้นผู้สื่อข่าวคนนี้ไปสัมภาษณ์ผู้ประท้วง ทุกคนตอบว่าสู้ แต่ไม่ใช้หน้าที่ของผู้สื่อข่าวต้องคาดการณ์ ยืนยันเช่นนี้  การรายงานข่างเช่นนี้ เสี่ยงมาก ไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยเอาความคิดเห็น ตัวเองรายงานเข้ามา ทั้งๆ เหตุการณ์จริงยังไม่เกิดขึ้น จึงถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอย่างยิ่งของผู้สื่อข่าว

People are different of levels to accept and understand the news reported so please synthesize it with responsibility by holding the VIRTUE OF PRINCIPLE for the best practice.

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

Thailand Broadband Road Map ??..........1

ประเทศไทยยังไม่เคยมีนโยบาย อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงระดับชาติ ซึ่ง ประเทศไหนๆ ที่ผู้นำมีวิสัยทัศน์ จะบรรจุเป็นวาระแห่งชาติหมด และเร่งด่วนอย่างยิ่ง ในสหรัฐอเมริกา มีแผน 10 ปี ( จนถึงปี 2020) ต้องให้บริการได้ 100 Mbps (ปัจจุบัน 5.1 Mbps ที่ผู้ให้บริการโฆษณาไว้ แต่ใช้จริงต่ำกว่านี้มาก) 100 ล้านครอบครัวเข้าถึงได้เป็นอย่างน้อย ใช้เงิน 7 พันล้านดอลลาร์(ใช้ 4 พันล้านภายในสองปีแรก) เมื่อเร็วๆนี้ Google ประกาศเปิดรับให้เมืองต่างๆ ทั่วอเมกาเสนอเป็นเมืองต้นแบบในการทดลองใช้ระบบ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงชนิดสายเคเบิ้ลต่อถึงบ้าน (Fiber-Optic-FiOS Internet Broadband Network) ความเร็ว 1 Gbps (1024 Mbps) ครอบคลุม ประชากร 50,000-500,000 คน มีเมืองต่างๆเสนอตัวมากมาย ก่อนหน้านี้ Google ได้ให้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ฟรีในเขตเมืองเมาเทน วิว (Mountain View City) อยู่ขณะนี้





วีดิโอประชาสัมพันธ์เชิญชวนของ Google ให้เมืองต่างๆทั่วสหรัฐอเมริกา เสนอตัวเป็นเมืองต้นแบบในการทดลองใช้บริการ อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ 1 Gbps และจัด งบลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อวางระบบ fiber to the home ทั่วประเทศ ในระยะ 30 ปี ต่อจากนี้ไป เราจะได้คุยเรื่องแนวคิดของ Google ในเรื่องนี้ต่อไป

อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลย์ ต่างมีแผนแห่งชาติทั้งสิ้น ไม่ต้องพูดถึง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้นานมากแล้่ว (นำหน้าประเทศอเมริกาเป็น 10ปี)

นี่เป็น 20 เมือง ที่มีบริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์เร็วที่สุดในโลก

อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ สำคัญอย่างไร?

เปรียบให้เห็นภาพง่ายๆดังนี้ อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ เปรียบได้กับ ถนนคอนกรีตอย่างดีที่ช่องจราจร 1,2,3,.....n ช่องจราจร ส่วนอินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำ หรือ Dial up 56 bps นั้น เปรียบเสมือนถนนลูกรัง เป็นหลุ่มเป็นบ่อ ช่องจราจรเดียว เห็นใด้แถบตจว.ห่างไกล ในประเทศดังกล่าวข้างต้นแทบจะไม่ได้ใช้กันแล้ว แต่ประเทศไทยยังมีใช้มากว่า 70% ของประชากรเน็ต

ประโยชน์ต่อชาติ และประชาชน มากมาย เป็นต้นว่า สามารถถ่ายโอนข้อมูล ส่ง แพร่สัญญาณมัลติมีเดีย ได้อย่างรวดเร็ว มีคุณภาพสูงมาก ชัดเจน เช่น


  • วงการแพทย์ ช่วยการวินิจฉัยของแพทย์ สะดวกรวดเร็ว ทันการณ์ยิ่งขึ้น 
  • การศึกษา ทั่วถึง เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ 
  • อุตสาหกรรมต่างๆ ช่วยให้สะดวก ประหยัดต้นทุน การติดต่อสื่อสาร ต่างๆมากมาย
  • เกษตรกรรม ยิ่งได้ประโยชน์อย่างมากมาย เพราะเป็น เกษตรกรรมความแม่นยำสูง (Precision Farming/Agriculture) เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีช่วยให้การทำเกษตรกรรมได้ผลมากยิ่งขึ้น ลดความสูญเสีย เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เช่น การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(Geographic Information System-GIS) ช่วยสำรวจพื้นที่ดินที่จะเพาะปลูก ว่ามีแร่ธาตุใด มากน้อยอย่างไร จะใส่ปุ๋ยตรงไหน  แบบไหน สูตรไหน เหมาะสมกับพืชชนิดใด  หรือการใช้ระบบน้ำหยดควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • ประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็น การประมงความแม่นยำสูง (Precision Farming/Agriculture) เช่นเดียวกัน  สามารถ ตรวจวัดด้วย Probe ที่ฝังชิป รายงานผลค่าที่ดีที่สุดของสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำนั้นๆ ในบ่อเลี้ยง เป็นการป้องกันในเชิงรุก นักลงทุนสามารถตรวจสอบทุกบ่อเลี้ยงแบบสดๆ ทุกบ่อ โดยนั่งวิเคราะห์อยู่ในสำนักงาน ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะมีพื้นที่ฟาร์มอยู่ทั่วประเทศ ทั่วโลก ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงกุ้ง กุลาดำ สามารถ ตั้งค่าความเป็นกรด ด่าง ความเค็มของน้ำ แร่ธาตุต่างๆ ตลอดจน โรค หรือ แก๊สไข่เน่า ในบ่อกุ้ง หรือ สิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อกุ้ง การให้อาหารที่เหมาะสม ปริมาณอ๊อกซิเจนในน้ำ หากมีสิ่งใดผิดเพี้ยนไปจาก ความเหมาะสมจนเป็นเหตุให้กุ้ง ชะงักการเจริญเติบโต ไม่ลอกคราบ ก็จะทราบได้ทันที ทำให้ลดต้นทุนได้อย่างมาก เลี้ยงกุ้งได้นานวันขึ้น กุ้งขนาดใหญ่ขึ้น ขายได้ราคามากขึ้น เป็นต้น (อันนี้ ผมคิดเอง คิดว่ายังไม่มีนวัตกรรมนี้ในวงการประมง ทั่วโลก) 
ภาพรวมการทำการเกษตรความแม่นยำสูง


ผลตอบตอบแทนการทำการเกษตรความแม่นยำสูงระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับ ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วให้ผลตอบแทนถึง 90% ลดความสูญเสียระหว่างทางไปได้มาก

  • สามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่ใช้ความสามารถพิเศษ บนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economy) งานนวัตกรรมใหม่ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ แก่กำลังแรงงาน ได้เป็นอย่างดี น่าส่งเสริม แนะนำ
  • ประโยชน์อีกมากมายจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคพลเมืองอย่างแท้จริง จนไปสู่การออกนโยบาย ที่เป็นประโยชน์ต่อพลเมือง อย่างแท้จริง
  • สุดท้าย อันนี้สำคัญมาก นำไปสู่ ตลาด v-commerce ที่เป็นมากกว่า e-commerce กล่าวคือ เป็นตลากกลาง ซื้อ ขายสินค้าทุกชนิด ในโลก โดยเฉพาะ สินค้าเกษตร ที่เจ้าของสวนสามารถขาย ประมูล ผ่านv-commerce ถึงผู้ซื้อคนสุดท้ายได้โดยตรง ตัดคนกลางออกหมด ทำให้สินค้าเกษตรจะมีราคาสมเหตุผลมากขึ้น เพราะตลาดเป็นตลาดโลกซึ่งเกษตรกรไม่เคยเข้าถึงมาก่อน ยิ่งใหญ่มาก ต่างกับปัจจุบันที่เป็นตลาดท้องถิ่น ผ่านพ่อค้า แม่ค้าคนกลาง หลายต่อ หลายทอด และ ไม่กี่รายที่รับซื้อ  เช่นผู้เลี้ยงกุ้ง หรือ เจ้าของสวนทุเรียน ที่จันทบุรี ขายได้โดยตรง ถึงผู้บริโภคที่ญี่ปุ่น หรือจีนได้เลย มีเท่าไหร่ ก็ไม่พอขาย หากสินค้ามีคุณภาพ และรสชาดดี (อันนี้ความลับบริษัท :p   */_*")

 อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกที่กำลังถูกทำให้แบนราบลงเรื่อยๆ ทำให้ได้เปรียบ/เสียเปรียบเชิงการแข่งขันระดับประเทศ หากมีบริการที่ดี มีคุณภาพ ราคาไม่แพง และถือเป็นนโยบายสาธารณะ ที่รัฐต้องเอาใจใส่ ในการกำหนดนโยบายที่เป็นกลาง (์ำีNeutrality Policy) ตั้งแต่ผู้ออกนโยบาย(Policy maker) และ หน่วยงานที่จะกำักับดูแล(Regulator) อย่าให้ผู้ให้บริการรุกล้ำ เอาเปรียบกัน โดยเฉพาะเอาเปรียบผู้บริโภค ดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานในอุตสาหกรรม อย่าให้เหมือนค่ายโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ แม้แต่การออกบิลยังโกงลูกค้าเลยโดยเฉพาะ บ.ทรูมูฟ โดยค่าเฉลี่ยความผิดพลาดในการออกบิลเก็บเงินลูกค้าต้องไม่เกิน 1% แต่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทย ล่อไป 6% และไม่ยินยอมบอกรายละเอียดรายการโทรของผู้ใช้ไว้ในใบแจ้งหนี้ด้วยทั้งๆที่เป็นสิทธิของผู้จ่ายเงิน ไม่เรียกว่าโกงแล้วเรียกว่าอะไรดีล่ะ.....พี่น้อง อีกไม่นานนักจะถูกผู้เสียหายรวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่ม (class action lawsuit)

เราควรจะให้นโยบาย อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ครอบคลุมอะไรบ้าง?

พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ นะ




วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

ประกาศกฎหมายลมๆแล้งๆ หากไม่บังคับใช้จริงจัง


การประกาศสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ของรัฐบาล เมื่อสักครู่นี้ นายก อภิสิทธิ์ หากไม่ลงมือปฎิบัติ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เคร่งครัด ก็เหมือนคนที่โม้ ขี้คุย ว่าจะทำอย่างโน่น อย่างนี้ แต่ไม่กล้า กลับเป็นผลร้ายแก่ผู้ประกาศ เพราะ กลุ่มผู้ต่อต้าน ผู้ประท้วง ไม่เชื่อ ว่าจะกล้าใช้กฎหมาย และก็เป็นจริง ก็จะยิ่งลุกฮือ ฮึกเหิม ปลุกระดม ยุแหย่ ยุยง รวมพล หนาแน่น ยิ่งขึ้น อย่างที่บอกไว้ ขี้ขลาด ขี้โม้่ไปเรื่อย จนควบคุมสถานะการณ์ไว้ไม่ได้ ก็บริหารประเทศไม่ได้ ถูกไล่ หางจุกตูด เห็น รมต. ปืนบันได ปีนรั้วหนี จากรัฐสภาแล้ว น่าสมเภท คิดว่าเป็นแต่ รัฐบาล นายก สมชาย น่าละอายจริงๆ ไม่ควรหนีไปไหนหรอก อยู่ที่รัฐสภานั่นแหละ ดูซิว่า กลุ่มผู้ประท้วงจะกล้าทำอะไร คนขี้ขลาด ตาขาว กลัวตายก็จะตายหลายหน

อินเตอร์เน็ตทีวี ของสำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ก็ห่วยแตกสิ้นดี มีก็เหมือนไม่มี เพราะ ใช้การไม่ได้

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดจริงจัง สลายฝูงชนอย่างมี หลักการ และเมตตาธรรม

หากพิจารณาจากข้อเรียกร้องของ แกนนำเสื้อแดง และพฤติกรรมที่ผ่านมาทั้งหมด ยังไม่มีความชอธรรมในการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เมื่อครั้ง อดีตนายก สมัคร กับ อดีตนายก สมชาย ก็มีที่มาเฉกเช่นเดียวกับ นายก อภิสิทธิ์ แล้วทำไม แกนนำเสื้อแดงถึงไม่เรียกร้อง ประท้วง อดีต นายกทั้งสองนั้นด้วยเล่า ??

การเรียกร้องให้ นายก อภิสิทธิ์ ยุบสภาทันที จึงไม่มีเหตุผล ทั้งช่วงจังหวะเวลา และ ความชอบธรรม นอกจากเหมือนเด็กก้าวร้าว ที่เรียกร้องจะเอาของเล่น เมื่อไม่ได้ก็กระทืบเท้า ร้องไห้ ชักดิ้น ชักงอ อยู่กับพื้น แต่แกนนำเสื้อแดง มีวุฒิภาวะ การแสดงออก การตอบโต้รัฐบาล จึงไม่เพียงแค่กระทืบเท้าเอาของอย่างเดียวแน่ ถ้าไม่ได้ของ คือการยุบสภาตามข้อเรียกร้อง มีแนวโน้มสูงมากที่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายมากยิ่งขึ้น ทั้งทางลับ และทางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นลอบวางระเบิด บุกยึดสถานที่ราชการ สร้างปัญหาการจราจร  เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลทำตาม



การที่ ศอ.รส ออกประกาศฉบับที่5 ที่6 และ ต้องมีฉบับต่อๆไปอีกแน่ และวิธีการที่ ศอ.รส ใช้โดยใช้คำสั่งศาลนั้น อาจไม่ได้ผล เหมือนกรณี เสื้อเหลืองกระทำมาแล้ว จนในที่สุด วุ่ยวาย แกนนำผู้ประท้วง ได้ใจ กำเริบ ท้าทายอำนาจรัฐมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงตกที่นั่งลำบาก เพราะ พึ่งพาอาศัยอานาจศาล ก็ถูกฝ่ายกฎหมายเสื้อแดง ยื่นศาลขอคัดค้าน(หากได้ผล) และ กดดันหนักยิ่งขึ้น ผู้ประท้วงอาจรวมตัวกันมากยิ่งขึ้น จนรัฐบาลไร้การควบคุม จะยิ่งโกลาหล  ถึงตอนนั้น รัฐบาลจะทำอย่างไร ??

ขอแนะนำให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายม๊อบ เลยจะดีกว่า ไม่เยิ่นเย้อ อีดอาด เข้าไปพร้อมๆกับ ผู้สื่อข่าว ให้เป็นสักขีพยาน ว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ปฎิบัติ อย่างมีเมตตาธรรม และ ฝ่ายผู้ประท้วงด้วย ว่าตอบโต้อย่างไร ใช้อาวุธหรือไม่ โดยห้ามพกพาอาวุธ นอกจาก เครื่องป้องกันตัว สายรัดพลาสติก ไว้มัดมือ เท้าผู้ประท้วง ที่ขัดขืน ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย  พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา เมื่อแจ้งครบทุกคน จึงปล่อยตัวไป รอขึ้นศาล  โดยเริ่มจากการประกาศให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ก่อนเป็นลำดับแรก

การประกาศตัวของนายวีระ หนึ่งในแกนนำเสื้อแดง พร้อมจะตอบโต้รัฐบาลทุกรูปแบบ นั้น เป็นทั้งการข่มขู่ คุกคาม โดยมีนัยะความรุนแรงแฝงอยู่ด้วยแน่นอน หากรัฐบาลใช้กำลังเข้าสลายม๊อบ  ซึ่งก่อนหน้านี้ตัดขาดแนวทางการนำม๊อบของเสธ.แดง ที่นิยมความก้าวร้าวรุนแรง ทำให้หลงเชื่อว่า คงจะใช้วิธีสันติตลอดไป มาบัดนี้ จากคำปราศัียล่าสุด เป็นไปได้สูงกลุ่มแกนนำจะไม่ใช้สันติวิธี หากแกนนำเสื้อแดงรู้ตัวว่าจะแพ้  จึงเป็นสิ่งที่สมควรประณาม

รัฐบาล อาจจะรู้ว่ามีฝ่ายตรงข้าม หรือแกนนำผู้ประท้วงบางคนพร้อมจะ "เล่นเกมแรง" ถึงเลือดตกยางออก หรือ สูญเสียถึงชีวิต จึงยังไม่กล้า สลายฝูงชน หรือไม่แน่ใจว่า เจ้าหน้าที่จะมีทักษะเพียงพอ มีความอดกลั้นเพียงพอ จึงยังไม่กล้าลงมือ  ที่จริง การใช้น้ำฉีด หรือวิธีอื่นๆ (ก่อนประกาศของ ศอ.รส.) ในการสลายฝูงชน ควรต้องนำมาใช้ก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ การเริ่มตั้งเวที  ฝูงชนเริ่มเข้ารวมตัวกัน แต่รัฐบาลก็ไม่ทำอะไร งงจริงๆ เฟอะฟะ มากมาย นี่แสดงให้เห็นว่า อำนาจรวมศูนย์ การสั่งการ อยู่ที่นายก หรือ นายสุเทพ เท่านั้น  เมื่อมีผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่ได้อยู่ที่ตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบ สิ่งที่ถูกต้องควรจะให้ตำรวจท้องที่สกัด จับ ปรับก่อนเลย และ้ ห้ามวางสิ่งกีดขวางการสัญจร ไม่ว่าตนหรือสิ่งของ  ลักษณะนี้งานจึงตกหนักที่ นายก และ นายสุเทพทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องเล็ก หรือ ใหญ่ และที่สำคัญ เป็นค่านิยม ทำให้ตำรวจไม่ว่า ชั้นยศไหน เกรงกลัวนักการเมืองหมด ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องมองหน้านักการเมืองก่อนว่า ทำได้หรือไม่ได้ ทำให้บ้านเมือง อยู่ในดุลพินิจนักการเมืองจะพาไปไหน และที่แน่ๆ ขณะนี้ คนไทยกำลังตกนรกกันทั่วหน้า

สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือการลอบ ขว้างระเบิด วางระเบิด ที่เกิดขึ้น รัฐยังไม่สามารถจับผู้กระทำความผิดได้เลย นี่ป็นสิ่งยืนยันถึง ความสามารถ หรือไร้ความสามารถของรัฐบาลกันแน่ ??  แล้วจะไม่ให้ประชาชนหวาดกลัวได้อย่างไร

บ้านเมืองไทยอยู่กันสงบสุขมาช้านาน เมื่อเร็วๆนี้ ผลสำรวจพบว่า 5% ของผู้เกษียรอายุชาวอังกฤษ ต้องการมาอยู่ในประเทศไทย (5%) มากกว่าอยากไปอยู่ในอเมริกา(4%) ซะอีก แต่นักการเมืองทำกันจนเละ อนาถใจจริงๆ แล้วยังมีหน้ามาเสนอตัวอาสารับใช้ประชาชน เวรของกรรมแท้ๆ

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

สื่อกระแสหลักอย่าส่งเสริมความเชื่ออย่างผิดๆ









วันนี้ รายการ เรื่องเล่าเสาร์ อาทิตย์ ทางช่อง 3 คุณสรยุทธ และ คุณ ภาษิต อภิญญาวาท สองผู้ดำเนินรายการ นำเรื่อง พระวัดเชิงหวาย แถวบางซื่อ ปลุกเสก ขุนแผนรุ่นโคโยตี้ (ข่าว) มาออกอากาศ แค่พูดถึงความไม่เหมาะสม และสมควรต่อต้าน หรืออะไรก็ว่าไป ไม่ควรพูดว่า "ผู้ได้รับแจก ทำมาค้าขายดี" ซึ่งเป็นเรื่องเหลวไหล งมงาย ไร้สาระ








สื่อกระแสหลัก ควรแนะนำสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ แม้แต่แค่ขึ้นตัวหนังสือเตือน เรื่องความเชื่อ ให้ใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในบางครั้งก็ตาม ควรกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ดูแล  ไม่สมควรนำออกอากาศในเชิงให้เชื่อตามอย่างงมงาย  สิ้นเปลืองพื้นที่ข่าว  










ความเชื่อเรื่องคุณไสย หรือ ไสยศาสตร์ นั้น ฝังรากในสังคมไทยมานาน  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ สื่อกระแสหลัก มอมเมา ไร้ความรับผิดชอบ ส่อถึงบรรณาธิการข่าว สื่อนั้นๆ เชื่อ เสียเองมากกว่า และพยายามยัดเยียดความเชื่อเหลวไหลเหล่านี้ สู่สังคมไทย 


เลิกเสียเถิด ที่นำความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ของตัวเอง ไปยัดเยียดให้คนอื่น





วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

การปฎิวัติโดยชนชั้นประชาชน : รากเหง้าวัฒนธรรมไทยไม่เคยมี





การเสนอ การต่อสู้ทางชนชั้นในสังคมไทย ขณะนี้ โดย คุณทักษิณ และรับลูกต่อโดย กลุ่มแกนนำ เสื้อแดง ปลุกปั่น ยุแหย่ แนวร่วม เพราะ คุณทักษิณ เริ่มตีบตัน ในการหาข้อต่อสู้เพื่อล้มล้างรัฐบาลได้อย่างมีเหตุมีผล   และ สื่อกระแสหลัก นำไปเป็นข่าว นำเสนอเป็นลูกระนาด เป็นความเลอะเทอะ  เป็นอวิชชา อย่างสิ้นเชิงของสื่อกระแสหลัก ที่ไม่ได้ดูรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย ก็ "โดนเค้าหลอกใช้" หรือ "เต็มใจให้หลอก" สื่อกระแสหลักจึงสมควรต้องเพิ่มวิจารณญาณในการเสนอข่าว อย่างรับผิดชอบ อย่าเพิ่มมลภาวะทางข่าวสาร ให้ประชาชนยิ่งสับสน

ความแตกแยกในสังคมไทย รุนแรงมาก กว่าที่คิด และ หากรัฐบาล นายก อภิสิทธิ์ ยังแสดงท่าที คงเดิม มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดกลุ่มคน ม๊อบต่างๆ เป็นรายวัน เต็มท้องถนนไปหมด วุ่นวาย โกลาหล เป็นลัทธิเอาอย่าง (ซึ่งเคยเขียนถึง) เมื่อนั้น นายก อภิสิทธิ์ก็จะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้

ผมยังมองในแง่ดี ว่า นี่เป็นโอกาสของสังคมไทยอย่างยิ่ง ที่จะได้มีการ ชำระ สะสาง (overhaul) ประเทศไทยซะที (เน่ามาก เน่ามานานแล้่ว ทั้งคน ระบบ และ สื้อกระแสหลัก) ต่อไปนี้ผมจะชักชวนภาคประชาชนให้ร่วมรณรงค์ ในการนำ ระบบการคัดกรองนักการเมืองไปใช้

ประเทศไทยมีพื้นที่มากพอที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุก ครับ